สารบัญ
ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
ยิง Ulthera เจ็บเหมือนโดนเข็มร้อยเล่มแทงจริงไหม?
รวมวิธีเตรียมใจและเทคนิคแปะยาชาให้เจ็บน้อยลง
ยิง Ulthera เจ็บเหมือนโดนเข็มร้อยเล่มแทงจริงไหม?
รวมวิธีเตรียมใจและเทคนิคแปะยาชาให้เจ็บน้อยลง

ถ้าคุณกำลังเสิร์ชหาคำตอบเรื่องนี้อยู่ นั่นแปลว่าคุณคงเคยได้ยินคำบอกเล่าปากต่อปากที่ทำให้ขนลุกมาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคำว่า "เจ็บจี๊ดเหมือนโดนเข็มแทงทีเดียวร้อยเล่ม" หรือ "ทำแล้วร้องจนหมอต้องหยุดพัก" ซึ่งฟังดูน่ากลัวจนหลายคนถอดใจเลื่อนคิวออกไปเรื่อย ๆ ทั้งที่ในใจก็อยากได้หน้าเรียวกระชับขึ้นแบบไม่ต้องพึ่งมีดหมอ
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่าความเจ็บของ Ulthera หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่า "อัลเทอร่า" นั้นมีที่มาจากอะไร ทำไมแต่ละคนถึงรู้สึกไม่เหมือนกัน และที่สำคัญคือมีวิธีเตรียมตัวและเทคนิคแปะยาชาแบบไหนบ้างที่ช่วยให้ประสบการณ์การทำหน้าครั้งนี้ผ่านไปได้อย่างราบรื่นกว่าที่คิด
ทำความรู้จัก Ulthera ก่อนตัดสินใจกลัว
Ulthera หรือ Ultherapy เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสจุด (Micro-Focused Ultrasound หรือ MFU) ยิงพลังงานความร้อนลงไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวที่ลึกกว่าทรีตเมนต์ผิวหน้าทั่วไปมาก โดยสามารถยิงได้ลึกถึงระดับ 1.5, 3 และ 4.5 มิลลิเมตร ซึ่งระดับลึกสุดนั้นไปถึงชั้น SMAS หรือชั้นกล้ามเนื้อใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการทำศัลยกรรมดึงหน้า นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม Ulthera ถึงให้ผลลัพธ์ยกกระชับที่ใกล้เคียงการทำศัลยกรรมโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และไม่มีแผลเป็น
จุดสำคัญที่ทำให้เข้าใจเรื่องความเจ็บได้ชัดขึ้นคือ เครื่องมือชนิดนี้ผ่านการรับรองความปลอดภัยจากองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) มายาวนาน และถูกใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกรวมถึงในไทย แต่ก็เพราะพลังงานถูกส่งลงไปลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อนี่เอง ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจึงไม่เหมือนกับเลเซอร์ผิวหน้าทั่วไปที่ทำงานแค่ชั้นตื้น ๆ

ความเจ็บจริง ๆ รู้สึกแบบไหนกันแน่ คำเปรียบเปรยแบบเข็มร้อยเล่มนั้นเกินจริงไปมากสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่รู้สึกอะไรเลย ผู้ที่เคยผ่านการทำมาแล้วมักอธิบายความรู้สึกในหลายแบบ บางคนบอกว่าเหมือนโดนหนังยางดีดผิวเบา ๆ เป็นจังหวะสั้น ๆ ทุกครั้งที่หัวเครื่องปล่อยพลังงานออกมา บางคนบอกว่าเป็นความร้อนวาบลึก ๆ ใต้ผิวคล้ายไฟฟ้าช็อตแผ่ว ๆ ที่มาไวไปไว ไม่ใช่ความเจ็บแบบต่อเนื่องยาวนาน สิ่งที่ทำให้หลายคนสับสนคือ ความรู้สึกนี้ไม่ได้เกิดที่ผิวชั้นบนซึ่งเป็นจุดที่เส้นประสาทรับความเจ็บอยู่หนาแน่น แต่เป็นความรู้สึก "ลึก" จากภายในที่ผ่านชั้นไขมันและกล้ามเนื้อขึ้นมา ลักษณะการรับรู้จึงต่างจากการโดนเข็มจิ้มผิวโดยตรงอย่างชัดเจน แม้จะฟังดูน่ากังวลไม่แพ้กันก็ตาม โดยทั่วไปแล้วแพทย์และคลินิกความงามมักจัดระดับความเจ็บของ Ulthera ไว้ที่ระดับปานกลาง ไม่ถึงขั้นทนไม่ไหว และแตกต่างจากคนไข้แต่ละรายค่อนข้างมาก บางรายบอกว่าแทบไม่รู้สึกอะไรเลยนอกจากความอุ่น ๆ ในขณะที่บางรายรู้สึกจี๊ดจนต้องกำมือแน่นเป็นพัก ๆ ทำไมความเจ็บถึงต่างกันในแต่ละคนขนาดนี้ หลายปัจจัยส่งผลต่อระดับความเจ็บที่คุณจะรู้สึก และการเข้าใจปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้คุณประเมินสถานการณ์ของตัวเองได้แม่นยำขึ้นก่อนตัดสินใจ บริเวณที่ทำ : เป็นตัวแปรใหญ่ที่สุด บริเวณที่มีกระดูกอยู่ใกล้ผิวมากอย่างแนวกราม หน้าผาก หรือรอบดวงตา มักรู้สึกเจ็บกว่าบริเวณที่มีชั้นไขมันหนาอย่างแก้มหรือใต้คาง เพราะเสียงสะท้อนของพลังงานจากกระดูกทำให้รู้สึกถึงแรงสั่นได้ชัดเจนกว่า ส่วนบริเวณคอที่ผิวบางก็มักถูกรายงานว่าเจ็บมากกว่าจุดอื่นเช่นกัน ระดับความลึกของหัวปล่อยพลังงาน : มีผลไม่น้อย หัวที่ยิงลึกถึง 4.5 มิลลิเมตรซึ่งเข้าถึงชั้น SMAS มักให้ความรู้สึกจี๊ดกว่าหัวที่ยิงตื้นกว่า เพราะพลังงานเข้มข้นกว่าและกระทบชั้นกล้ามเนื้อโดยตรง ความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ทำ : เป็นปัจจัยที่คนมักมองข้าม แพทย์ที่มีประสบการณ์สูงจะสามารถปรับระดับพลังงานให้เหมาะกับสภาพผิวและความทนของแต่ละคน รวมถึงเลือกจังหวะการยิงที่ลดความรู้สึกไม่สบายตัวได้ดีกว่า การเลือกคลินิกที่มีแพทย์ผ่านการฝึกอบรมมาโดยตรงจึงส่งผลต่อประสบการณ์มากกว่าที่หลายคนคิด ความทนต่อความเจ็บส่วนบุคคล : เป็นเรื่องเฉพาะตัวที่เปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพร่างกายในวันนั้น ๆ คนที่นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ เครียด หรือกำลังอยู่ในช่วงก่อนมีประจำเดือน มักรู้สึกไวต่อความเจ็บมากกว่าปกติ สภาพผิวและระดับไขมันใต้ผิว : มีผลผิวที่บางหรือมีไขมันใต้ผิวน้อยจะรับรู้ความรู้สึกจากพลังงานอัลตราซาวด์ได้ชัดกว่าผิวที่มีชั้นไขมันหนากว่า
เตรียมใจก่อนขึ้นเตียงทำ การเตรียมสภาพจิตใจมีผลต่อการรับรู้ความเจ็บมากกว่าที่หลายคนคาดคิด เพราะความวิตกกังวลและความกลัวล่วงหน้าสามารถขยายความรู้สึกเจ็บให้มากกว่าความเป็นจริงได้ ต่อไปนี้คือแนวทางที่ช่วยให้คุณเดินเข้าห้องทำหัตถการด้วยความมั่นใจมากขึ้น พยายามนอนหลับให้เพียงพอในคืนก่อนวันนัด ร่างกายที่พักผ่อนเต็มที่จะรับมือกับสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ ได้ดีกว่าร่างกายที่อ่อนล้า หลีกเลี่ยงคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ในวันทำหัตถการ เพราะทั้งสองอย่างนี้กระตุ้นระบบประสาทและอาจทำให้ความรู้สึกไวต่อสิ่งเร้ามากขึ้น รับประทานอาหารมาให้เรียบร้อยก่อนถึงคลินิก เพราะภาวะท้องว่างมักทำให้ร่างกายเครียดง่ายและทนความเจ็บได้น้อยลง การพูดคุยกับแพทย์อย่างตรงไปตรงมาก่อนเริ่มทำก็สำคัญมาก บอกแพทย์ตรง ๆ ว่าคุณกังวลเรื่องความเจ็บมากแค่ไหน มีประสบการณ์ทำหัตถการความงามอื่นมาก่อนหรือไม่ และอยากให้ปรับระดับพลังงานหรือความเร็วในการยิงอย่างไร แพทย์ที่ดีจะรับฟังและปรับแผนการรักษาให้เหมาะกับคุณ ไม่ใช่ทำตามสูตรสำเร็จเดียวกันกับทุกคน การฝึกหายใจลึก ๆ ก่อนเริ่มทำก็ช่วยได้จริง เทคนิคง่ายๆ คือหายใจเข้าทางจมูกนับ 4 วินาที กลั้นไว้ 4 วินาที แล้วหายใจออกทางปากช้า ๆ นับ 4 วินาที ทำซ้ำสัก 5-6 รอบก่อนเริ่มหัตถการ วิธีนี้ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและทำให้ระบบประสาทสงบลง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการรับรู้ความเจ็บ ควรจำกัดการเสพรีวิวในแง่ลบก่อนถึงวันผ่าตัด : เนื่องจากการรับรู้ประสบการณ์เชิงลบซ้ำ ๆ มักจะกระตุ้นให้เกิดอุปาทานหรือความกลัวล่วงหน้า ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "โนซีโบ เอฟเฟกต์" (Nocebo Effect) ซึ่งมีผลการวิจัยยืนยันแล้วว่า สามารถส่งผลต่อจิตใจจนทำให้ผู้ป่วยรับรู้ถึงความเจ็บปวดในระดับที่รุนแรงเกินกว่าความเป็นจริงได้ เทคนิคแปะยาชาให้ได้ผลดีที่สุด ประเด็นที่หลายคนสับสน เพราะในวงการแพทย์ความงามมีความเห็นแตกแยกกันอยู่บ้างเรื่องประสิทธิภาพของยาชาทาผิวกับ Ulthera บางความเห็นจากแพทย์ต่างประเทศระบุว่ายาชาทาผิวทั่วไปซึมได้แค่ชั้นหนังกำพร้าเท่านั้น ในขณะที่ความเจ็บของ Ulthera เกิดขึ้นที่ชั้นลึกกว่านั้นมาก จึงอาจไม่ได้ช่วยลดความเจ็บโดยตรงมากนัก แต่ในทางปฏิบัติจริงตามคลินิกส่วนใหญ่โดยเฉพาะในเอเชียรวมถึงไทย การแปะยาชาก่อนทำยังคงเป็นมาตรฐานที่ใช้กันแพร่หลาย เพราะช่วยลดความรู้สึกไวต่อผิวชั้นบนได้ ทำให้ความรู้สึกโดยรวมนุ่มนวลขึ้นในทางจิตวิทยา และลดความรู้สึกแสบร้อนบริเวณผิวระหว่างที่หัวเครื่องเคลื่อนผ่าน หากคลินิกที่คุณเลือกใช้ยาชาทาผิว ต่อไปนี้คือเทคนิคที่ช่วยให้ยาชาออกฤทธิ์ได้เต็มประสิทธิภาพที่สุด ระยะเวลาแปะที่เหมาะสม โดยทั่วไปยาชาทาผิวต้องการเวลาประมาณ 30-60 นาทีก่อนเริ่มหัตถการเพื่อให้ซึมเข้าสู่ผิวได้เต็มที่ หากแปะน้อยเกินไปยาจะยังออกฤทธิ์ไม่เต็มที่ ควรมาถึงคลินิกก่อนเวลานัดจริงเพื่อให้มีเวลาเพียงพอสำหรับขั้นตอนนี้ ไม่ควรรีบร้อนจนต้องลดเวลาแปะยาชาลง การปิดผิวหน้าด้วยพลาสติกแรป หลังทายาชาแล้วให้คลุมด้วยแผ่นพลาสติกใสหรือแผ่นฟิล์มบางๆ ทับ วิธีนี้เรียกว่าเทคนิค occlusion ซึ่งช่วยกักความชื้นและความร้อนจากผิวเอาไว้ ทำให้ยาชาซึมลึกและออกฤทธิ์ได้ดีกว่าการทาแล้วปล่อยผิวโล่งๆ คลินิกที่มีมาตรฐานสูงมักทำขั้นตอนนี้เป็นประจำ ทาให้หนาและทั่วถึงบริเวณที่จะทำ อย่าทาบางเกินไปเพราะจะลดประสิทธิภาพลง ควรทาให้เป็นชั้นหนาพอสมควรและครอบคลุมบริเวณที่จะรับพลังงานอัลตราซาวด์ทั้งหมด รวมถึงขอบเขตรอบนอกเผื่อไว้เล็กน้อย เพราะบางครั้งแพทย์อาจขยับหัวเครื่องออกนอกขอบเขตที่วางแผนไว้เล็กน้อย เช็ดยาชาออกก่อนเริ่มทำจริง เป็นขั้นตอนที่จำเป็นเสมอ เพราะคราบยาชาที่ตกค้างบนผิวอาจรบกวนการส่งพลังงานอัลตราซาวด์ให้แม่นยำน้อยลง คลินิกที่ได้มาตรฐานจะเช็ดผิวให้สะอาดก่อนเริ่มหัตถการทุกครั้ง หากคุณสังเกตว่าคลินิกไหนข้ามขั้นตอนนี้ไป ควรสอบถามให้แน่ใจ สอบถามเรื่องยาชาชนิดเฉพาะทาง บางคลินิกมีสูตรยาชาที่ผสมขึ้นเฉพาะสำหรับหัตถการที่ใช้พลังงานลึกอย่าง Ulthera ซึ่งอาจมีความเข้มข้นของตัวยาชาสูงกว่ายาชาทาผิวทั่วไปตามท้องตลาด หากกังวลเรื่องความเจ็บมาก ควรสอบถามแพทย์ว่ามีตัวเลือกยาชาแบบพิเศษหรือไม่

วิธีอื่น ๆ ที่ช่วยลดความเจ็บระหว่างทำนอกเหนือจากยาชา
นอกจากยาชาทาผิวแล้ว ยังมีวิธีบรรเทาความเจ็บระหว่างทำอีกหลายแบบที่คลินิกสมัยใหม่นิยมใช้ร่วมกัน
ยาแก้ปวดชนิดรับประทาน แพทย์บางท่านแนะนำให้ทานยาแก้ปวดกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ก่อนทำหัตถการประมาณ 30-60 นาที เพื่อช่วยลดการรับรู้ความเจ็บโดยรวม ควรปรึกษาแพทย์เรื่องชนิดและปริมาณยาที่เหมาะสมกับสุขภาพของแต่ละคน ไม่ควรซื้อยามาทานเองโดยไม่ปรึกษา
ก๊าซหัวเราะหรือไนตรัสออกไซด์ บางคลินิกมีบริการก๊าซผสมออกซิเจนและไนตรัสออกไซด์ให้สูดผ่านหน้ากากระหว่างทำ ซึ่งช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและง่วงเล็กน้อยตลอดหัตถการ ข้อดีคือฤทธิ์ของก๊าซนี้จะหมดไปอย่างรวดเร็วหลังหยุดสูด ทำให้ไม่ต้องมีคนมารับกลับบ้านเหมือนการใช้ยาสลบ
อุปกรณ์ทำความเย็นหรือสั่นสะเทือน ระหว่างทำ ผู้ช่วยแพทย์บางคลินิกจะใช้ลูกกลิ้งเย็นหรืออุปกรณ์สั่นเบา ๆ ประคบบริเวณใกล้เคียงจุดที่กำลังยิงพลังงาน หลักการนี้อาศัยทฤษฎี Gate Control ทางประสาทวิทยา ที่ว่าเมื่อสมองได้รับสัญญาณความรู้สึกเย็นหรือสั่นพร้อมกัน จะช่วยลดการรับรู้สัญญาณความเจ็บลงได้บางส่วน
การปรับระดับพลังงานแบบค่อยเป็นค่อยไป แพทย์ที่มีประสบการณ์มักเริ่มยิงพลังงานที่ระดับต่ำก่อนในช่วงแรก แล้วค่อย ๆ ปรับเพิ่มขึ้นตามการตอบสนองของคนไข้ วิธีนี้ช่วยให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัวแทนที่จะเจอความรู้สึกเต็มระดับตั้งแต่ช็อตแรก
การพูดคุยและสื่อสารระหว่างทำ เป็นเทคนิคง่าย ๆ ที่มักถูกมองข้าม แพทย์และผู้ช่วยที่ดีจะคอยถามความรู้สึกและบอกล่วงหน้าว่ากำลังจะยิงบริเวณไหนต่อไป การรู้ล่วงหน้าช่วยลดความตกใจและความเครียดจากการไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทำให้คนไข้รู้สึกควบคุมสถานการณ์ได้มากขึ้น
การเลือกทำเป็นช่วง ๆ แทนการทำทีเดียวทั้งหน้า สำหรับคนที่กังวลมากเป็นพิเศษ สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อแบ่งการทำเป็นหลายครั้ง เช่น ทำบริเวณกรามและคอก่อนในครั้งแรก แล้วค่อยทำแก้มและหน้าผากในครั้งถัดไป วิธีนี้ทำให้แต่ละครั้งใช้เวลาสั้นลงและความเจ็บสะสมน้อยลงต่อครั้ง แม้จะต้องมาคลินิกหลายรอบขึ้นก็ตาม
หลังทำเสร็จแล้วต้องดูแลตัวเองอย่างไร
หลังจบหัตถการ ผิวหน้าอาจมีอาการแดง บวมเล็กน้อย หรือรู้สึกตึงๆ คล้ายกล้ามเนื้อถูกใช้งานหนัก ซึ่งเป็นเรื่องปกติและมักหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน คลินิกส่วนใหญ่จะทามาส์กเย็นหรือเจลบำรุงเพื่อช่วยปลอบประโลมผิวหลังทำทันที
ควรหลีกเลี่ยงการโดนแดดจัดและความร้อนสูงในช่วง 2-3 วันแรก ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ และดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดี บางคนอาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อยเมื่อกดโดนบริเวณที่ทำในช่วง 1-2 วันแรก ซึ่งสามารถทานยาแก้ปวดทั่วไปบรรเทาได้หากจำเป็น หากมีอาการผิดปกติรุนแรงเช่นบวมมากผิดสังเกตหรือมีรอยฟกช้ำขนาดใหญ่ ควรติดต่อคลินิกที่ทำเพื่อขอคำแนะนำทันที
ผลลัพธ์ของ Ulthera จะไม่เห็นทันทีแบบก้าวกระโดด แต่จะค่อยๆ ปรากฏชัดเจนขึ้นในช่วง 4-6 สัปดาห์แรกจากการสร้างคอลลาเจนใหม่ และเห็นผลเต็มที่ในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ โดยผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานตั้งแต่ 1-2 ปีขึ้นอยู่กับสภาพผิวและวิถีชีวิตของแต่ละคน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความเจ็บของ Ulthera
หลายคนสงสัยว่าทำ Ulthera ครั้งแรกกับครั้งต่อไปเจ็บต่างกันไหม คำตอบคือแล้วแต่บุคคล บางคนบอกว่าครั้งที่สองเจ็บน้อยลงเพราะรู้ว่าจะเจออะไร ความกังวลลดลงตามธรรมชาติ แต่บางคนก็บอกว่ารู้สึกเหมือนเดิมทุกครั้งเพราะเป็นเรื่องของความไวต่อความรู้สึกทางกายภาพมากกว่าจิตใจ
อีกคำถามที่พบบ่อยคือควรทำช่วงเวลาไหนของเดือนถึงจะเจ็บน้อยที่สุด สำหรับผู้ที่มีประจำเดือน หลายคนรายงานว่าช่วงใกล้มีประจำเดือนร่างกายมักไวต่อความเจ็บมากกว่าปกติเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน จึงอาจเลือกนัดทำในช่วงกลางรอบเดือนแทนหากเป็นไปได้
สุดท้ายหลายคนอยากรู้ว่าการทำที่คลินิกราคาสูงกับราคาประหยัดต่างกันเรื่องความเจ็บหรือไม่ คำตอบไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาโดยตรง แต่ขึ้นอยู่กับความแท้ของเครื่องที่ใช้ ความเชี่ยวชาญของแพทย์ และมาตรฐานการดูแลคนไข้ระหว่างหัตถการมากกว่า การเลือกคลินิกที่ใช้เครื่อง Ulthera แท้จากผู้ผลิตต้นทางและมีแพทย์ที่ผ่านการอบรมโดยตรงจึงสำคัญกว่าการดูแค่ราคาถูกแพง
สรุป
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำ Ulthera นั้นมีความรู้สึกเจ็บเกิดขึ้นจริง แต่ผลลัพธ์ในความจริงก็ไม่ได้น่าสะพรึงกลัวเหมือนกับกระแสรีวิวที่บอกต่อกันมา โดยลักษณะความรู้สึกมักจะเป็นเพียงอาการจี๊ด ๆ ในช่วงสั้น ๆ ตามจังหวะการยิงพลังงาน ไม่ใช่ความปวดลึกที่ทรมานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราสามารถรับมือและบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ด้วยการเตรียมความพร้อมอย่างถูกวิธี เริ่มตั้งแต่การปรับสภาพจิตใจไม่ให้วิตกกังวล การมาแปะยาชาล่วงหน้าในระยะเวลาที่เหมาะสม ตลอดจนการคัดเลือกสถานพยาบาลที่ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางและใช้ตัวเครื่องแท้ที่มีคุณภาพ ที่สำคัญที่สุดคือการแจ้งความกังวลให้แพทย์ทราบอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ดีไซน์พลังงานให้สอดคล้องกับระดับความจำกัดความเจ็บของคนไข้แต่ละบุคคล ซึ่งเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ของกรอบหน้าเรียวสวยและยกกระชับในระยะยาวโดยไม่ต้องผ่านการผ่าตัดใหญ่แล้ว ก็นับว่าคุ้มค่าอย่างยิ่งกับความไม่สบายผิวเพียงชั่วคราวในระหว่างขั้นตอนการรักษา