สารบัญ
ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
Liftera 2 คืออะไร ต่างจาก Liftera รุ่นแรกอย่างไร

ถ้าคุณเริ่มสังเกตว่ากรอบหน้าไม่คมเหมือนเดิม แก้มเริ่มย้อยลงมาเล็กน้อย หรือเครื่องสำอางเริ่มเกาะร่องตื้นๆ ข้างจมูก คุณอาจกำลังมองหาวิธียกกระชับที่ไม่ต้องผ่าตัด และชื่อหนึ่งที่ปรากฏบ่อยในช่วงปลายปี 2569 คือ Liftera 2 เครื่อง HIFU รุ่นใหม่จากเกาหลีใต้ ซึ่ง UD Clinic เพิ่งลงทุนนำเข้ามาให้บริการในหลายสาขา
บทความนี้จะอธิบายว่า Liftera 2 คืออะไร ทำงานอย่างไร พัฒนาจากรุ่นแรกในจุดไหน เหมาะกับใคร และควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนตัดสินใจ เพื่อให้คุณเลือกได้อย่างมีข้อมูล ไม่ต้องอาศัยแค่คำโฆษณา
รู้จัก HIFU ก่อน: พื้นฐานที่ทำให้เข้าใจ Liftera ได้ลึกขึ้น
HIFU ย่อมาจาก High Intensity Focused Ultrasound หรือคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มสูงแบบรวมจุด หลักการคล้ายการใช้แว่นขยายรวมแสงแดดให้เป็นจุดเดียว เมื่อพลังงานถูกรวมไว้ที่ความลึกที่กำหนด จะเกิดความร้อนเฉพาะจุดใต้ผิว โดยผิวด้านบนแทบไม่ได้รับผลกระทบ
ความร้อนนี้ทำให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมหดตัว ส่งผลให้ผิวดูตึงขึ้นได้ระดับหนึ่งตั้งแต่หลังทำ จากนั้นร่างกายจะเข้าสู่กระบวนการซ่อมแซมและสร้างคอลลาเจนใหม่ต่อเนื่องอีกหลายสัปดาห์ จึงเป็นเหตุผลที่ผลลัพธ์ของ HIFU มักชัดขึ้นเรื่อยๆ หลังทำ
หัวใจสำคัญคือการส่งพลังงานลงไปถึงชั้นลึกระดับ SMAS เพื่อกระตุ้นให้เนื้อเยื่อหดตัวและสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ ซึ่ง SMAS คือชั้นพังผืดกล้ามเนื้อที่ศัลยแพทย์ดึงยกเมื่อทำศัลยกรรมดึงหน้า HIFU จึงถูกมองว่าเป็นทางเลือกแบบไม่ผ่าตัดสำหรับคนที่ยังไม่พร้อมจะลงมีด
อย่างไรก็ตาม เครื่อง HIFU ในตลาดมีหลากหลายแบรนด์ และ ผลลัพธ์จะดีแค่ไหนขึ้นอยู่กับคุณภาพเครื่อง ระดับพลังงานที่แพทย์เลือก และจำนวนช็อตที่เหมาะสม นี่คือจุดที่ Liftera เข้ามามีบทบาท

Liftera คืออะไร: เครื่อง HIFU สัญชาติเกาหลีที่โด่งดังจากหัวปากกา
Liftera เป็นผลงานของบริษัท Asterasys จากเกาหลีใต้ บริษัทนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 ตั้งสำนักงานใหญ่ที่กรุงโซล และเดิมใช้ชื่อ DAIHAN Biomedical ก่อนเปลี่ยนเป็น ASTERASYS ในเดือนมกราคม 2018
ชื่อเสียงของ Liftera ในระดับสากลค่อนข้างชัดเจน Asterasys ได้รับรางวัล Export Tower มูลค่า 10 ล้านดอลลาร์ ในงาน Trade Day ครั้งที่ 61 ที่กรุงโซล โดยมีแรงขับหลักมาจากความสำเร็จของ Liftera ในตลาดโลก
เทคโนโลยี TDT จุดตั้งต้นของซีรีส์ Liftera
สิ่งที่ทำให้ Liftera ต่างจาก HIFU ทั่วไปคือแนวคิดที่บริษัทเรียกว่า Thermal Diffusion Treatment หรือ TDT ตามข้อมูลของผู้ผลิต TDT ออกแบบมาให้ส่งพลังงานความร้อนเข้าสู่ผิวได้มีประสิทธิภาพกว่า HIFU แบบดั้งเดิม ทั้งในแง่ผลลัพธ์และความสบายของผู้รับบริการ
หัวปากกา จุดขายที่ทำให้คนจำ Liftera ได้
ฟีเจอร์ที่คนในวงการพูดถึงมากที่สุดคือหัวยิงแบบปากกา (Pen Applicator) หน้าสัมผัสของหัวยิงมีรัศมีเพียง 8 มม. จึงแนบชิดกับส่วนโค้งของใบหน้าได้ดี ต่างจากหัวยิงแบบกล่องสี่เหลี่ยมที่วางลงบนบริเวณโค้งเว้าได้ยาก
ประโยชน์ในทางปฏิบัติคือ หัวปากกาช่วยให้เข้าถึงจุดที่ทำยาก เช่น ขอบกระดูกเบ้าตา ร่องใต้ตา และบริเวณรอบจมูก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่หลายคนอยากแก้แต่ HIFU ทั่วไปเข้าไม่ค่อยถึง
หัวยิงแบบเส้นและความเร็วในการทำ
นอกจากหัวปากกาแล้ว Liftera รุ่นแรกยังมีหัวยิงแบบเส้น (Line Cartridge) ที่ปรับความลึกได้ 3 ระดับ คือ 1.5 มม. 3 มม. และ 4.5 มม. ครอบคลุมตั้งแต่ชั้นผิวตื้นไปจนถึงชั้นลึก
theglobalbeautygroup
ผู้ผลิตระบุว่าเครื่องยิงต่อเนื่องได้ถึง 10Hz ทำให้การรักษาใช้เวลาประมาณ 30 นาที และหัวยิงแบบเส้นรุ่นใหม่ยิงได้สองทิศทางเป็นจุดต่อเนื่อง ช่วยให้จุดความร้อนกระจายสม่ำเสมอและลดเวลาทำลงราวครึ่งหนึ่ง
Liftera 2 คืออะไร
Liftera 2 (ชื่อรุ่นเครื่อง Liftera-A2) คือ HIFU เจเนอเรชันใหม่ที่ Asterasys พัฒนาต่อยอดจากรุ่นแรก บริษัทนิยาม Liftera2 ว่าเป็นเทคโนโลยี HIFU แบบ Dual-type ที่ทำการรักษาร่วมกันได้ทั้งหัวยิงแบบเส้นและแบบปากกา
ในเวทีวิชาการ เครื่องนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการผ่านงานประชุมระดับโลก ในการประชุม IMCAS World Congress 2026 เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2026 มีหัวข้อบรรยายเปิดตัว Liftera 2 ทั้งหลักการ ความก้าวหน้า และศักยภาพทางคลินิกของเจเนอเรชันใหม่ ในเซสชันเดียวกันยังมีการนำเสนอการใช้ Liftera กับภาวะผิวหน้าหย่อนหลังลดน้ำหนักด้วยยากลุ่ม GLP-1 ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจมากในช่วงนี้

Liftera 2 ต่างจาก Liftera รุ่นแรกอย่างไร
คำถามที่ผู้อ่านส่วนใหญ่อยากรู้คือ รุ่นใหม่ดีกว่าจริงไหม หรือแค่เปลี่ยนเลขรุ่น จากข้อมูลของผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย ความแตกต่างหลักแบ่งได้เป็น 5 ด้าน
1. จากเทคโนโลยีเดียว สู่การผสาน 3 สิทธิบัตร
รุ่นแรกขับเคลื่อนด้วย TDT เป็นหลัก แต่ Liftera 2 รวมเทคโนโลยีที่บริษัทจดสิทธิบัตรไว้สามตัวเข้าด้วยกัน ได้แก่ TDIP ที่ใช้พัลส์ความร้อนเพื่อกระจายความร้อน TDT ที่ทำหน้าที่ส่งพลังงานรวมจุดความเข้มสูง และ UDP ที่ควบคุมการส่งพลังงานแบบดิจิทัลไปยังผิวแต่ละชั้น
เมื่อแปลเป็นภาษาง่ายๆ ระบบนี้พยายามแก้โจทย์สามเรื่องพร้อมกัน คือ ความร้อนต้องไปถึงเป้า ต้องกระจายตัวอย่างพอดี และต้องควบคุมได้แม่นยำในแต่ละความลึก
2. พื้นที่กระจายความร้อนกว้างขึ้น
นี่เป็นจุดที่ผู้ผลิตเน้นมากที่สุด ข้อมูลระบุว่าการผสานเทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้ Liftera2 ส่งพลังงานอัลตราซาวด์ได้เสถียรและแม่นยำ มีช่วงการให้ความร้อนกว้างกว่าเดิม 4 เท่า เกิดโซนกระจายความร้อนที่ลึกและกว้างขึ้น พร้อมเพิ่มความปลอดภัย
ควรหมายเหตุว่าตัวเลข 4 เท่านี้เป็นข้อมูลจากฝั่งผู้ผลิต ยังไม่ใช่ผลเปรียบเทียบจากงานวิจัยอิสระขนาดใหญ่ ผู้รับบริการจึงควรใช้เป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่การรับประกันผลลัพธ์
3. หัวยิงเบาขึ้นและยิงได้ไม่จำกัดทิศทาง
หัวยิงของ Liftera2 มีน้ำหนักเบาและปล่อยพลังงานแบบเกลียว (Spiral) จึงใช้งานได้โดยไม่ต้องยึดทิศทาง และใช้ได้ทั้งหัวปากกาและหัวยิงแบบเส้นรุ่นใหม่
ข้อดีข้อนี้ส่งผลต่อแพทย์ผู้ทำโดยตรง เพราะการไม่ต้องหมุนมือให้ตรงทิศตลอดเวลาช่วยให้ไล่ตามรูปหน้าแต่ละคนได้คล่องขึ้น โดยเฉพาะบริเวณกรอบหน้า แนวกราม และใต้คางที่มีความโค้งหลายมิติ
4. รวมจุดแข็งของสองหัวยิงไว้ในการรักษาครั้งเดียว
ในรุ่นแรก หัวปากกาคือดาวเด่นสำหรับจุดเล็ก ส่วนหัวเส้นใช้ไล่พื้นที่กว้าง แต่ Liftera 2 ถูกออกแบบมาตั้งแต่ต้นให้ใช้ทั้งสองแบบร่วมกันเป็นโปรโตคอลเดียว โดยยังคงใช้หัวปากกาซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์ Liftera เดิม เพื่อปรับการรักษาให้เข้ากับรูปหน้าแต่ละคน
ผลคือแพทย์สามารถใช้หัวเส้นยกโครงสร้างใหญ่อย่างแก้มและแนวกราม แล้วเก็บรายละเอียดรอบดวงตาหรือร่องข้างจมูกด้วยหัวปากกาได้ในการนัดครั้งเดียว
5. ปรับความเร็วและจังหวะการยิงได้ละเอียด
ข้อมูลจำเพาะของ Liftera-A2 ระบุว่าตั้งความเร็วการยิงได้หลายระดับตั้งแต่ 1 ถึง 10 Hz หัวยิงแบบเส้นใช้ 4 MHz ที่ความลึก 4.5 มม. และอีกชุดใช้ 7 MHz ที่ 1.5 และ 3.0 มม. โดยปรับช่วงห่างระหว่างช็อตได้ทีละ 0.1 วินาที ตั้งแต่ 0.1 ถึง 1.0 วินาที
ความยืดหยุ่นนี้ช่วยให้แพทย์ปรับจังหวะได้ตามความไวต่อความรู้สึกของแต่ละคน ผู้ที่ทนความร้อนได้น้อยอาจได้จังหวะที่ช้าลง ส่วนพื้นที่ที่ต้องการความต่อเนื่องก็เร่งความเร็วได้
ถ้าเปรียบให้เห็นภาพ Liftera รุ่นแรกคือเครื่องที่บุกเบิกหัวปากกาและทำให้ HIFU เข้าถึงจุดยากได้ ส่วน Liftera 2 คือการยกระบบทั้งหมดขึ้นอีกขั้น ทั้งการควบคุมพลังงานแบบดิจิทัล โซนความร้อนที่ผู้ผลิตระบุว่ากว้างขึ้น หัวยิงที่เบาและใช้งานได้ทุกทิศทาง และการออกแบบให้หัวเส้นกับหัวปากกาทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ
สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือหลักการพื้นฐานของ HIFU และความสำคัญของมือแพทย์ เครื่องที่ดีขึ้นช่วยเพิ่มศักยภาพได้ แต่การประเมินโครงหน้า การเลือกความลึก และการวางจำนวนช็อตยังเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์หลักเช่นเดิม

Liftera 2 ที่ UD Clinic: การลงทุนครั้งใหญ่ปลายปี 2569
สำหรับผู้อ่านในประเทศไทย ข่าวที่น่าสนใจคือ UD Clinic เป็นหนึ่งในเครือคลินิกที่นำเครื่องรุ่นนี้เข้ามาในจำนวนมาก โดยประธานกรรมการ บริษัท ยูดี คลินิก อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยแผนลงทุนราว 50 ล้านบาทในไตรมาส 4 ปี 2569 เพื่อนำเข้าเครื่องรวม 34 เครื่อง แบ่งเป็น Oligio X จำนวน 16 เครื่อง และ Liftera 2 จำนวน 18 เครื่อง
เครื่องเหล่านี้ทยอยติดตั้งในสาขาต่างๆ ช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน และมีแผนนำเข้าเพิ่มในเดือนธันวาคม เพื่อรองรับเครือข่าย 18 สาขาทั่วประเทศ จำนวน Liftera 2 ที่สอดคล้องกับจำนวนสาขาสะท้อนแนวคิดให้ลูกค้าในหลายจังหวัดเข้าถึงเทคโนโลยีเดียวกันได้โดยไม่ต้องเดินทางไกล
การมี Oligio X ซึ่งเป็นเครื่องคลื่นวิทยุ (RF) อยู่ในคลินิกเดียวกัน ยังเปิดโอกาสให้แพทย์ออกแบบแผนดูแลแบบผสมได้ เพราะ HIFU เน้นยกโครงสร้างชั้นลึก ส่วน RF มักเน้นความกระชับและเนื้อผิวในชั้นที่ตื้นกว่า ทั้งนี้การจะทำร่วมกันหรือไม่ควรเป็นการตัดสินใจของแพทย์หลังประเมินผิวจริง
เนื่องจากเครื่องอยู่ระหว่างทยอยติดตั้ง ผู้ที่สนใจควรสอบถามสาขาใกล้บ้านโดยตรงว่ามีเครื่องพร้อมให้บริการแล้วหรือยัง พร้อมสอบถามราคาและจำนวนช็อตที่เหมาะกับตนเอง
Liftera 2 เหมาะกับใคร
จากหลักการทำงานของ HIFU กลุ่มที่มักได้ประโยชน์ชัดเจนได้แก่
ผู้ที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อยระดับน้อยถึงปานกลาง แก้มเริ่มตก หรือกรอบหน้าไม่คมเหมือนเดิม
ผู้ที่มีร่องแก้ม เหนียงใต้คาง หรือแนวกรามที่เริ่มเบลอ
ผู้ที่มีปัญหารอบดวงตาหรือหางคิ้วตก ซึ่งหัวปากกาช่วยเข้าถึงได้ดี
ผู้ที่ต้องการดูแลเชิงป้องกันตั้งแต่ช่วงวัย 30 ปีขึ้นไป
ผู้ที่ไม่สะดวกพักฟื้นนาน และยังไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัด
ส่วนผู้ที่ผิวหย่อนมาก มีผิวส่วนเกินชัดเจน อาจได้ผลจาก HIFU จำกัด และควรปรึกษาแพทย์เรื่องทางเลือกอื่นร่วมด้วย
กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยง
โดยทั่วไป HIFU ไม่เหมาะกับหญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีแผลเปิดหรือการติดเชื้อบริเวณที่จะทำ ผู้ที่มีสิวอักเสบรุนแรงในจุดนั้น ผู้ที่ใส่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย หรือมีโลหะฝังในบริเวณที่ทำ รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง ควรแจ้งประวัติสุขภาพ ยาที่ใช้ และหัตถการที่เคยทำ เช่น ฟิลเลอร์หรือร้อยไหม ให้แพทย์ทราบทุกครั้ง
ขั้นตอนการทำ Liftera 2
ขั้นแรกคือการพบแพทย์เพื่อประเมินโครงหน้า ความหนาของผิว และระดับความหย่อน จากนั้นแพทย์จะวางแผนจุดที่จะยิง เลือกความลึก และจำนวนช็อต
เมื่อถึงวันทำ ผิวจะถูกทำความสะอาด หลายคลินิกจะทาครีมชาก่อนประมาณ 30 ถึง 60 นาที แล้วทาเจลอัลตราซาวด์เพื่อให้คลื่นส่งผ่านได้ดี แพทย์จะใช้หัวเส้นไล่บริเวณกว้างและใช้หัวปากกาเก็บจุดละเอียด ระยะเวลาขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตและพื้นที่ที่ทำ
ระหว่างทำอาจรู้สึกอุ่นหรือจี๊ดเป็นจังหวะ โดยเฉพาะจุดที่ใกล้กระดูก ซึ่งเป็นความรู้สึกปกติของ HIFU ผู้ผลิตระบุว่า Liftera 2 สร้างความเจ็บน้อยกว่ากลไกแบบดั้งเดิม และอาจเห็นผลทันทีหลังทำหรือภายในหนึ่งเดือน แต่ความรู้สึกเจ็บยังต่างกันไปในแต่ละคน
หลังทำควรดูแลตัวเองอย่างไร
ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ทันที อาจมีรอยแดงเล็กน้อย บวมเล็กน้อย หรือรู้สึกตึงกดแล้วเจ็บในบางจุด ซึ่งมักหายเองภายในไม่กี่วัน
ข้อแนะนำทั่วไปที่ช่วยให้ผิวฟื้นตัวดี ได้แก่ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงความร้อนจัด เช่น ซาวน่าหรือออกกำลังกายหนักในช่วง 1 ถึง 2 วันแรก งดผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคือง เช่น กรดผลัดเซลล์เข้มข้นหรือเรตินอยด์ช่วงสั้นๆ ตามคำแนะนำแพทย์ และหากมีตุ่มพอง ชาผิดปกตินาน หรือปวดมากผิดปกติ ควรติดต่อคลินิกทันที

ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน และควรทำบ่อยเท่าไร
ผลของ HIFU แบ่งเป็นสองช่วง คือความตึงที่เห็นได้บางส่วนหลังทำ และผลจากการสร้างคอลลาเจนใหม่ที่ค่อยๆ ชัดขึ้นในช่วง 1 ถึง 3 เดือน ระยะเวลาที่ผลคงอยู่ขึ้นกับอายุ พันธุกรรม ไลฟ์สไตล์ การสัมผัสแดด และการดูแลผิว
แพทย์หลายท่านแนะนำให้ทำซ้ำเพื่อคงผลประมาณปีละครั้ง หรือถี่กว่านั้นในบางกรณี แต่ความถี่ที่เหมาะที่สุดควรมาจากการประเมินผิวรายบุคคล ไม่ควรทำถี่เกินจำเป็นโดยไม่มีคำแนะนำ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Liftera 2
Liftera 2 กับ Liftera รุ่นแรก ควรเลือกแบบไหน
หากคลินิกมีทั้งสองรุ่น รุ่นใหม่มีข้อได้เปรียบเรื่องระบบควบคุมพลังงานและความคล่องตัวของหัวยิงตามข้อมูลผู้ผลิต แต่รุ่นแรกก็ยังเป็นเครื่องที่ใช้กันแพร่หลาย การเลือกควรดูจากคำแนะนำแพทย์ สภาพผิว และงบประมาณร่วมกัน
ทำ Liftera 2 เจ็บไหม
มีความรู้สึกอุ่นหรือจี๊ดบ้าง ระดับขึ้นอยู่กับความไวของแต่ละคน ความลึก และบริเวณที่ทำ การทาครีมชาและการปรับจังหวะการยิงช่วยให้สบายขึ้นได้
ต้องพักฟื้นไหม
โดยทั่วไปไม่ต้องหยุดงาน ใช้ชีวิตได้ตามปกติ อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยชั่วคราว
ทำร่วมกับฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ได้หรือไม่
ทำได้ในหลายกรณี แต่ลำดับและระยะห่างระหว่างหัตถการควรให้แพทย์เป็นผู้วางแผน โดยเฉพาะหากเพิ่งฉีดฟิลเลอร์มาไม่นาน
ผู้ชายทำได้ไหม
ได้ หลักการยกกระชับใช้ได้ทุกเพศ แต่โครงหน้าและความหนาของผิวผู้ชายอาจต้องปรับพลังงานและจำนวนช็อตต่างออกไป
จำนวนช็อตเท่าไรถึงพอ
ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นกับขนาดใบหน้า ระดับความหย่อน และพื้นที่ที่ต้องการแก้ คลินิกบางแห่งมีแพ็กเกจราว 400 ช็อตสำหรับใบหน้า แต่ควรให้แพทย์ประเมินก่อนตัดสินใจ
สรุป
Liftera 2 คือ HIFU เจเนอเรชันใหม่จาก Asterasys ที่ต่อยอดจากจุดแข็งของรุ่นแรกอย่างหัวปากกาและเทคโนโลยี TDT แล้วเพิ่มระบบควบคุมพลังงานแบบดิจิทัล หัวยิงที่เบาและใช้งานได้ทุกทิศทาง รวมถึงการผสานหัวเส้นกับหัวปากกาในการรักษาครั้งเดียว ขณะที่ UD Clinic ได้ลงทุนนำเครื่องเข้ามากระจายในเครือข่ายสาขาทั่วประเทศในช่วงปลายปี 2569
สิ่งสำคัญที่สุดยังคงเป็นการประเมินโดยแพทย์ เพราะเครื่องที่ทันสมัยจะให้ผลดีที่สุดก็ต่อเมื่อถูกใช้กับคนที่เหมาะสม ในพลังงานและตำแหน่งที่ถูกต้อง