5 ข้อคำถามควรรู้ ก่อนตัดสินใจ ดึงหน้า
บทความโดย : UD Editorial team
พฤษภาคม 12, 2026
10ae31be-6bcd-4764-89e9-564caa3e9664

การศัลยกรรมดึงหน้า หลายๆคนคงกลัวกันมาก เพราะศัลยกรรมดึงหน้านั้น เป็นการผ่าตัดบนใบหน้า การที่เราจะสวยก็ต้องมีการผ่าตัด ตัดหนังส่วนเกินของใบหน้านั้นทิ้ง แต่ทุกคนรู้หรือไม่ การดึงหน้าไม่เจ็บอย่างที่คิด วันนี้ Ticha Clinic จะมาไขข้อข้องใจ กับ 5 ข้อคำถามควรรู้ ก่อนดึงหน้า

ทำความรู้จัก ศัลยกรรมดึงหน้า

หลายคนรับทราบอยู่แล้วว่า การศัลยกรรมดึงหน้า คือ ศัลยกรรมที่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด แต่หลายคนนั้นก็กลัวมากเกินกว่าจะตัดสินใจมาศัลยกรรมดึงหน้าเลย หลายคนจึงได้มีการทำหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด เช่น ฉีดฟิลเลอร์ ฉีดโบท็อก Hifu Thermage Ultrera RF ร้อยไหม หรืออื่นๆ ที่ไม่ต้องมีการผ่าตัด แต่การทำหัตถการเหล่านี้ เป็นการทำเพื่อเห็นผลลัพธ์ในเวลาอันสั้น เมื่อเวลาผ่านไปใบหน้าของเราก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับ ศัลยกรรมดึงหน้า ที่มีการดึงลึกถึงชั้น Smas เป็นการดึงลึกดึงตึง ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานกว่า 10 ปี แต่หลายคนก็กลัวเรื่องการศัลยกรรม การผ่าตัด การมีรอยแผลเป็น หลายคนคงอยากจะรู้ เรามาตอบคำถามที่พบ 5 ข้อคำถามควรรู้ ก่อนดึงหน้า กันค่ะ

S155812510

1. แผลจากการดึงหน้า ความจริงที่ควรรู้

หลายคนกังวลเรื่องแผลเป็นหลังการดึงหน้า กลัวว่าจะสังเกตเห็นได้ชัดเจนและส่งผลต่อความมั่นใจ แต่ความจริงแล้ว การผ่าตัดดึงหน้าสมัยใหม่มุ่งเน้นที่จะสร้างแผลที่น้อยที่สุดและไม่เด่นชัด โดยซ่อนแผลไว้ในบริเวณที่ปกคลุมด้วยเส้นผมหรือรอยพับของผิวหนัง เช่น ในเส้นผมบริเวณขมับ ขอบกรอบหู และหลังใบหู ทำให้แผลที่เกิดขึ้นดูจางและแทบมองไม่เห็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะประเมินสภาพใบหน้าของแต่ละบุคคลและออกแบบแผนการผ่าตัดที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและลดการเกิดแผลเป็นให้น้อยที่สุด การเลาะชั้นเนื้อเยื่ออย่างละเอียดและการเย็บแผลที่ประณีตก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้แผลหายได้ดีและไม่ทิ้งรอยแผลเป็นที่เห็นได้ชัด

2. การผ่าตัดดึงหน้า เจ็บน้อย บวมน้อย ฟื้นตัวเร็วกว่าที่คิด

อาการหลังการผ่าตัดดึงหน้า คิดว่าต้องเจ็บปวด บวมช้ำมากมายจนใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้ แต่ความจริงแล้ว การผ่าตัดดึงหน้าในปัจจุบันมีความก้าวหน้าทางเทคนิคมากขึ้น ทำให้ผู้เข้ารับการผ่าตัดมีอาการเจ็บปวดและบวมช้ำน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด หลังการผ่าตัดดึงหน้า ผู้ป่วยอาจรู้สึกตึงๆ บริเวณใบหน้าคล้ายกับอาการปวดศีรษะ หรือเมื่อยล้าเล็กน้อย ซึ่งเป็นอาการปกติที่เกิดจากการดึงกล้ามเนื้อและผิวหนัง อาการเหล่านี้มักจะบรรเทาลงได้ด้วยการรับประทานยาพาราเซตามอล และจะหายไปภายใน 2-3 วันแรก อาการบวมนั้น จะเป็นเพียงเล็กน้อยและไม่รุนแรงจนสังเกตเห็นได้ชัดเจน ผู้ป่วยยังคงสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยอาจมีรอยช้ำเล็กน้อยบริเวณขอบแผลผ่าตัด ซึ่งจะค่อยๆ จางหายไปเองภายในระยะเวลาหนึ่ง หากผู้ป่วยมีอาการบวมช้ำมากผิดปกติ ปวดรุนแรง หรือมีเลือดออกมาก ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เนื่องจากอาจมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น

3. ย้อนวัยด้วยการดึงหน้า อยู่ได้นานแค่ไหน?

การดึงหน้าเป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้าที่เกิดจากวัย ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลง แต่หลายคนมักสงสัยว่าผลลัพธ์จากการดึงหน้าจะอยู่ได้นานแค่ไหน คำตอบของคำถามนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย

ปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลาที่ผลลัพธ์จากการดึงหน้าอยู่ได้

  • อายุและสภาพผิว ผู้ที่มีอายุมากขึ้นและมีสภาพผิวที่หย่อนคล้อยมาก อาจต้องทำการดึงหน้าซ้ำอีกครั้งเร็วกว่าผู้ที่มีอายุยังน้อยและสภาพผิวดี

  • เทคนิคการผ่าตัด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเลือกใช้เทคนิคการผ่าตัดที่เหมาะสมกับสภาพใบหน้าของแต่ละบุคคล ซึ่งจะส่งผลต่อระยะเวลาที่ผลลัพธ์อยู่ได้

  • การดูแลหลังการผ่าตัด การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดอย่างถูกวิธี เช่น การทานอาหารที่มีประโยชน์ การพักผ่อนให้เพียงพอ การหลีกเลี่ยงแสงแดด และการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว จะช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานยิ่งขึ้น

  • กรรมพันธุ์ กรรมพันธุ์มีส่วนสำคัญในการกำหนดอัตราการเกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อยของผิวหนัง

ผลลัพธ์ที่ได้จากการดึงหน้า

ผลลัพธ์จากการดึงหน้าจะอยู่ได้นานหลายปี แต่ไม่มีใครสามารถบอกได้อย่างแน่นอนว่าจะอยู่ได้นานเท่าไร เพราะร่างกายของแต่ละคนมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อการผ่าตัดแตกต่างกัน

    S155812420

    4. ต้องผ่าตัดดึงหน้าใช้เวลานานไหม ?

    ระยะเวลาในการผ่าตัดดึงหน้าจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดของบริเวณที่ทำการผ่าตัด ความซับซ้อนของเทคนิคที่ใช้ และสภาพร่างกายของผู้ป่วย การผ่าตัดดึงหน้าส่วนบนจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ส่วนการผ่าตัดดึงหน้าแบบ Full face lift ที่ทำทั้งใบหน้าและคอ อาจใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง แต่โดยทั่วไปแล้ว แพทย์จะพยายามจำกัดระยะเวลาในการผ่าตัดให้น้อยที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงจากการดมยาสลบที่นานเกินไป

     5. ผลแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังการผ่าตัดดึงหน้า

    การผ่าตัดดึงหน้า ถึงแม้จะเป็นการผ่าตัดที่นิยมและให้ผลลัพธ์ที่ดี แต่ก็มีความเสี่ยงของผลแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่นเดียวกับการผ่าตัดอื่นๆ ผลแทรกซ้อนเหล่านี้ส่วนใหญ่สามารถป้องกันและแก้ไขได้หากได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

    ผลแทรกซ้อนที่พบบ่อย ได้แก่
    • อาการชา หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยอาจรู้สึกชาบริเวณที่ทำการผ่าตัด ซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อยและมักจะหายไปเองภายใน 2-3 เดือน แต่บริเวณใกล้แผล เช่น ขอบหู อาจใช้เวลานานกว่าในการหาย
    • หน้าเบี้ยว หน้าตก ปัญหานี้เกิดจากความเสียหายของเส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้า ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง หากแพทย์ไม่ได้ทำการผ่าตัดอย่างระมัดระวังและถูกต้อง การผ่าตัดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
    • เลือดออกผิดปกติหรือก้อนห้อเลือด หากเกิดภาวะเลือดออกผิดปกติ แพทย์จะต้องทำการเปิดแผลเพื่อหยุดเลือด
    • แผลมีเนื้อตายหรือติดเชื้อ ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดแผลติดเชื้อ ได้แก่ การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การทานยาบางชนิด และการมีโรคประจำตัว

    การผ่าตัดดึงหน้าเป็นการผ่าตัดที่มีความซับซ้อน และมีความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อน ดังนั้น ผู้ที่สนใจทำการผ่าตัดควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพร่างกายและเลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและมีความปลอดภัยสูงสุด